• FortronMan

น้ำมันเบรกคืออะไร...ทำไมต้องเปลี่ยน!?





ปัจจุบันสำหรับผู้ใช้รถแล้ว คงหลีกเลี่ยงไม่ได้นะครับว่า เราต้องดูแลรถทั้งภายนอก

และภายใน ซึ่งส่วนใหญ่เราจะยกให้ทางช่างยนต์หรือศูนย์บริการเป็นคนดูแลรถให้

เราทั้งนั้น แต่ทั้งนี้แม้เราจะซ่อมไม่เป็น เราก็ต้องมีความรู้เกี่ยวกับรถยนต์หรือ

ส่วนประกอบต่างๆ ที่ทำให้รถเราวิ่งได้ด้วยครับ เผื่อเกิดอาการเสียหรือชำรุดจะได้พอ

รู้ปัญหาและให้ช่างแก้ได้ถูกจุดมากขึ้น


วันนี้เราจะมาพูดถึงช่วงล่าง ระบบเบรกในส่วนที่มองเห็นได้ยากกันครับ

หลายคนคงเคยได้ยินหรือเห็นผ่านๆ ตากันมาบ้างเกี่ยวกับของเหลวที่ใช้กับเบรก

คือ "น้ำมันเบรค" ครับ


- น้ำมันเบรคคืออะไร -

จริงๆ แล้วน้ำมันเบรคนี้ ไม่ใช่น้ำมัน แต่เป็นสารผสมจำพวกอีเทอร์(Ether)และ

ไกลคอล (Glycol) ปัจจุบันบ้านเรายังไม่มีคำจำกัดความของ Brake Fluid จึงเรียกว่า "น้ำมันเบรค"

เพราะมีคุณสมบัติหล่อลื่นได้เหมือนน้ำมันนั่นเองครับ แต่ด้วยส่วนประกอบ 2 ตัวนี้ทำให้น้ำมันเบรคสามารถดูดซับความชื้นได้ดีมากแม้กับแค่อากาศหรือลมก็ตาม


ประเภทของน้ำมันเบรคปัจจุบันมี 3 ประเภทครับ คือ Dot3 Dot4 Dot5

แต่ก็ยังมีแยกย่อยลงไปอีกเป็น Dot3 ธรรมดา、Super Dot3, Dot4 ธรรมดาม、Super Dot4 Dot 5.1

รถยนต์ในไทยปัจจุบันใช้ Dot3 และ Dot4 ส่วน Dot5.1 นั้นสำหรับ Super Car หรือรถ Performance สูง


ที่แตกต่างของแต่ละประเภทคือจุดเดือด ส่วนเรื่องคุณภาพนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละยี่ห้อแล้วครับ

สามารถดูได้จากตารางด้านล่างนี้เลย



จะรู้ได้อย่างไรว่า "รถของเราใช้น้ำมันเบรค Dot ไหน"


สามารถตรวจสอบเองได้จากกระปุกของน้ำมันเบรคเลยครับ

จะมีเขียนบอกไว้ รถรุ่นเก่าๆ หน่อยอาจจะใช้ Dot3

รุ่นกลาง - ใหม่ จะสามารถใช้ได้ทั้ง Dot3 และ Dot4


รถที่ใช้ Dot3 สามารถใช้ Dot4 ทดแทนได้

แต่ว่ารถที่ใช้ Dot4 ไม่สามารถลดกลับไปใช้ Dot3 เพราะจุดเดือดของ Dot3 น้อยกว่า

ซึ่งอาจจะเกิดปัญหากับระบบเบรกได้ครับ



- ทำไมต้องเปลี่ยนน้ำมันเบรค -

หากได้ติดตามเรื่อง ”แชมป์โลกที่ไม่มีใครต้องการ” จะพอทราบได้ว่า สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนส่วนใหญ่เกิดจากการใช้ระยะเบรคเยอะ เบรคไม่ทัน หรือเบรคแตก ในส่วนของการดูแลระบบเบรกนอกจากเปลี่ยนยางและผ้าเบรคแล้ว การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรกเป็นส่วนหนึ่งที่หลายคนลืมไป อีกทั้งช่างยนต์เองยังไม่ชอบทำ เพราะเหนื่อย ลำบาก แถมเสี่ยงทำรถลูกค้าพังจากการย้ำเบรกซ้ำๆ อีก


ผลนั้นจึงมาตกกับผู้บริโภคผู้ใช้รถที่อาจจะเจออุบัติเหตุได้ทุกเมื่อ หากน้ำมันเบรกเสื่อมสภาพ เพราะตัวน้ำมันเบรก ไม่มีไฟเตือนที่หน้าปัดเมื่อเสื่อมสภาพ ต่างกับยางและผ้าเบรกที่ยังพอรู้สึกได้



- สัญญาณใดบ้างที่บอกว่า น้ำมันเบรกเริ่มเสื่อมสภาพ -

น้ำมันเบรคแม้ว่าจะใช้หล่อลื่นได้ แต่ในทางกลับกันมันดูดซับความชื้นได้ดีมากๆ

ซึ่งหากเทียบตามตารางการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรคแล้ว ควรเปลี่ยนถ่ายทุก 1 ปี หรือ

20,000 กิโลเมตร แต่ด้วยความที่บ้านเราเป็นประเทศร้อนชื้นบวกกับพฤติกรรมการขับขี่

ของผู้ใช้รถ หากสีของน้ำมันเบรคมีสีคล้ำดำ แสดงว่าน้ำมันเบรกเสื่อมสภาพแล้ว


ผลเสียจากการที่น้ำมันเบรกเสื่อมสภาพจะทำให้ประสิทธิภาพในการเบรคลดลง เบรคใช้ระยะมากขึ้น เกิดเสียงตอนเบรค ผ้าเบรคสีกับจานเบรคทำให้จานเบรกเป็นรอยหรือหัก หลังจากนั้นคือเรื่องที่ทุกคน

ไม่อยากให้เกิดขึ้นคือ "เบรคแตก" นั่นเอง นอกจากอันตรายต่อตัวผู้ขับแล้ว ยังอันตรายต่อเพื่อนร่วมถนนด้วยครับ


ปัจจุบันมีเทคโนโลยีอย่างหนึ่งที่ช่วยในการทดสอบคุณภาพน้ำมันเบรคได้ครับ คือ ”ปากกาวัดความชื้นน้ำมันเบรค" ที่จะบอกว่าความชื้นในน้ำมันเบรคของเรามีค่าเท่าไหร่ มีตั้งแต่สีเขียว (ปกติ) ถึง สีแดง (น้ำมันเบรคหมดสภาพ)


ตรวจวัดความชื้นน้ำมันเบรก (สีแดง - ความชื้นสูง)

- น้ำมันเบรกเปลี่ยนได้ที่ไหนบ้าง -

ท่านสามารถนำรถของท่านไปเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรกได้ตามศูนย์บริการรถยนต์

ไม่ว่าจะเป็นศูนย์นอก ศูนย์บริการแบบเร่งด่วนหรือ อู่ต่างๆ

(ข้อดีข้อเสียของแต่ละแบบสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ ที่นี่ )


ในการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรก ปัจจุบันเราจะเห็นได้ชัดอยู่ 3 แบบ


แบบที่ 1 เติมให้เต็มเฉยๆ

หากเป็นศูนย์ที่มีช่างน้อยหรือศูนย์เล็กอาจจะใช้เป็นการเติมน้ำมันเบรกใหม่

เข้าไปผสมกับน้ำมันเบรกเก่าเฉยๆ โดยไม่ถ่ายน้ำมันเบรกเก่าออก ซึ่งทำให้

ประสิทธิภาพของน้ำมันเบรกใหม่ลดลงไปกว่า 60-70%


แบบที่ 2 เครื่องไล่ลมเบรก

วิธีนี้ค่อนข้างฮิตในปัจจุบัน และหลายศูนย์ใช้วิธีนี้เพื่อเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรกให้รถลูกค้า

โดยการใช้ช่าง 2-3 คน ใช้ลมดันน้ำมันเบรกเก่าออกและเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรกใหม่เข้าไป

พร้อมกับย้ำเบรกเพื่อไล่ลมไปด้วย เสียเวลา 30 - 40 นาที


ข้อเสียอย่างใหญ่หลวงของการย้ำเบรกคือ ลูกยางเบรกจะไปขูดกับเหล็ก ทำให้ยาง

เสื่อมสภาพ ผลจากการที่ลูกยางเบรกเสื่อมคือ "เบรกจม" หรืออาการที่แป้นเบรกลงไปติดกับพื้น

จนไม่สามารถกดได้อีก ซึ่งอันตรายมากๆ ครับ


แม้จะถ่ายน้ำมันเบรกเก่าออกแต่อย่าลืมนะครับว่าน้ำมันเบรกดูดซับความชื้นได้ดี

มาก และในลมก็มีความชื้นอยู่เช่นกัน แม้จะใช้แผ่นกันความชื้นก็ไม่ช่วยเท่าไหร่นัก

ทำให้ถึงเปลี่ยนน้ำมันเบรกใหม่ไปแล้ว น้ำมันเบรกใหม่ที่มีความชื้นผสมอยู่

จะมีประสิทธิภาพประมาณ 60-70% ครับ




แบบที่ 3 เครื่องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรกทั้งระบบ

นับว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่ถูกคิดค้นขึ้นมาครับ ทำงานโดยการใช้น้ำมันเบรกใหม่ไล่น้ำมันเบรกเก่า เป็นระบบปิด ซึ่งปราศจากความชื้น99.99% ไม่ต้องใช้ลม ไม่ต้องย้ำเบรก ซึ่งดีกับรถลูกค้าอย่างเรามากๆ และเสร็จได้ภายใน 10 นาที


แต่ว่าปัจจุบันศูนย์ที่มีเครื่องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรกนี้ยังมีไม่มากนัก หากท่านใดสนใจอยาก

ลองใช้เครื่องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรกทั้งระบบ สามารถลองสอบถามตามศูนย์บริการรถยนต์รายใหญ่ใน

จังหวัดดูครับ ว่า "มีบริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรกทั้งระบบหรือไม่”



แม้ว่าจะเป็นส่วนเล็กๆ แต่การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรกคือเรื่องใหญ่มากๆ ที่ผู้ใช้รถและช่างมองข้าม

ไปครับ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดเราจึงควรเปลี่ยนถ่ายทั้งระบบ โดยใช้เครื่องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรกรูปแบบใหม่ที่ไม่มีอากาศเข้ามาเกี่ยวข้องจะดีที่สุดครับ นอกจากส่งผลดีต่อผู้ใช้รถแล้วยังส่งผลดีต่อเพื่อนร่วมท้องถนนด้วยครับ


สำหรับวันนี้ขับขี่ปลอดภัย ไร้อุบัติเหตุนะครับ


#รอบรู้ดูแลรถ #Fortron #โฟรตรอน #เทคนิคการดูแลรถ #ระบบเบรค

ดู 0 ครั้ง

Ownership

  • Grey Facebook Icon
  • Grey YouTube Icon
  • Grey Instagram Icon

Copyright © 2018  Fortron Automotive Treatments (Thailand) by Force International Co.,Ltd . All rights reserved.

Contact Info : 69/37 Force Building moo.1 Tiwanon-Road, BanMai, Pakkret, Nonthaburi 11120

Tel : 02-961-3717 Email : info@force.co.th