• FortronMan

ตีแผ่... น้ำในถังน้ำมันมาจากไหน?

อัพเดตเมื่อ: เม.ย. 22



ความจริงที่ผู้ใช้รถหลายท่านไม่เคยรู้ แม้จะใช้รถผ่านมากันเป็น 10 หรือ 20 ปี เกิดการฟ้องร้องและคดีความกับปั๊มน้ำมันที่ทุกคน “คิด” ว่าไม่ได้มาตรฐาน


“ไอ้ปั้มน้ำมันเลว เอาน้ำผสมน้ำมันมาขายมาเติมให้รถ” “ปั๊มปลอมปั้มโกงแบบนี้ อย่าไปเติมมัน”




ทั้งที่ความเป็นจริงไม่เป็นอย่างนั้น ปัญหาทั้งหมดเกิดจากความไม่รู้และบริบทของพลังงานที่เปลี่ยนแปลงไป วันนี้ ดร.อ๋อ หมอรถ จะมาตีแผ่ความจริงว่า “น้ำในถังน้ำมันมาจากไหน”


ก่อนจะลุยกัน

ผมขอท้าวความก่อนว่า ณ ปัจจุบัน น้ำมันเบนซินและดีเซล100% ถูกยกเลิกการจำหน่ายไปแล้วตั้งแต่ วันที่ 1 มกราคม 2556 จากประกาศนโยบายของรัฐบาลที่ทำให้ผู้ใช้รถยนต์ ในประเทศไทยต้องใช้พลังงานทดแทนคือ Gasohol 91 , 95, E10, E20, E85 และ Biodiesel E3 E5 E7 หรือ B10 เกือบทั้งหมด

น้ำมันเชื้อเพลิงในไทย

อัตราส่วนน้ำมันเชื้อเพลิงในไทย

จะเห็นได้ว่าปัจจุบันมีใช้จริงๆ อยู่เพียง 5 ตัวเท่านั้น ส่วน ไบโอดีเซล B10 ตอนนี้อยู่ในช่วงทดสอบผลการใช้งานซึ่งคาดว่าจะมีออกมาให้ใช้ในอนาคต


แก๊สโซฮอล์

ในส่วนของแก๊สโซฮอล์จะเห็นได้ว่าทุกชนิดในตลาดตอนนี้ มีส่วนผสมของเอทานอลหมด ซึ่งเอทานอลนี้เองที่เป็นสาเหตุของ “น้ำในถังน้ำมัน” เนื่องจากว่า เอทานอลมีส่วนผสมของน้ำ 0.07% ต่อน้ำหนัก ดูดซับความชื้นได้ดี รวมตัวกับน้ำได้ดีมากและยังมีฤทธิ์กัดกร่อน

อีกทั้งภูมิอากาศของประเทศไทยซึ่งเป็นเขตร้อนชื้น ซึ่งในเวลากลางคืนพื้นดินจะคายความร้อนทำให้เกิดไอน้ำลอยอยู่บริเวณพื้นดิน และไอน้ำที่ลอยอยู่นี้จะไปเกาะที่ถังน้ำมันรถซึ่งอยู่ใกล้กับพื้นดิน ทำให้เกิดการควบแน่นเป็นน้ำขึ้นในถังน้ำมัน ถ้าไม่เห็นภาพให้ลองนึกว่า แก้วน้ำเย็น ถ้าเราตั้งทิ้งไว้นานจะมีหยดน้ำเกิดขึ้นที่ผิวนอกแก้ว



เมื่อน้ำและไขมันเกิดขึ้นบวกกับขาดการดูแล สิ่งที่จะตามมาคือ สนิม เชื้อรา แบคทีเรีย คราบตะกรัน และเวลาเครื่องยนต์ทำงานจะดูดพวกนี้เข้าไปพร้อมกับน้ำมัน ทำให้ระบบเครื่องยนต์ทำงานไม่สมบูรณ์ เกิดการอุดตันตามส่วนต่างๆ มีควันดำ จนเกิดอาการเครื่องกระตุก สะอึก สะดุด เร่งไม่ขึ้น จนถ้าหนักจริงๆ อาจถึงขั้นเครื่องดับกลางถนนได้


ไบโอดีเซลก็เช่นกัน

ไบโอดีเซลได้สกัดจากปาล์มน้ำมันก่อนจะนำมาผสมกับน้ำมันดีเซล ซึ่งมีมีคุณสมบัติที่เกิดน้ำ และเป็นไขมันได้ง่าย


ไขมันที่เกิดขึ้นจากปาล์มน้ำมันจะมี 2 ประเภทคือ ไขมันอิ่มตัว และไขมันไม่อิ่มตัว

จากภาพนี้คือสภาพของน้ำมันไบโอดีเซลที่ถูกเติมลงในถังน้ำมันรถของท่าน จะกลายเป็น 4 ชั้น


- ไขมันไม่อิ่มตัวจะลอยอยู่ด้านบน(สีขาว)

- น้ำมันดีเซล

- น้ำ

- ไขมันอิ่มตัวจะตกเป็นตะกอนอยู่ที่ก้นถังน้ำมัน


*จากภาพผมได้เขย่าไปเล็กน้อยทำให้รวมกับน้ำมันซึ่งคือสภาพจริงของรถยนต์เวลาใช้งาน

และเมื่อเครื่องยนต์ทำงานปั้มติ๊กก็จะดูดไขมันนี้พร้อมกับน้ำมันเข้าไปสู่ระบบและท่อเชื้อเพลิง ไขมันเหล่านี้ก็ไปจับตามท่อ หัวฉีด ลูกสูบ ทำให้เกิดควันดำหรือกลายเป็นการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์

นั่นเอง


แต่ปัญหาใหญ่กว่าที่จะตามมาคือเมื่อจอดรถทิ้งไว้จนเครื่องเย็น ไขมันเหล่านี้จะแข็งตัวกลายสภาพเป็นก้อนคงค้างอยู่ในระบบเชื้อเพลิง เมื่อเราสตาร์ทรถอีกครั้ง คราวนี้แหละคุณจะพบว่ารถคุณสตาร์ทไม่ติด หรือติดแต่ออกวิ่งไปแล้วแต่กระตุก สะดุด สะอึก เร่งดับ เบาดับ ถอยดับ


สรุปผลกระทบหลักๆ จากพลังงานทดแทน

1.เกิดน้ำ น้ำมัน สนิม คราบตะกรัน เชื้อรา แบคทีเรีย จำนวนมากในระบบเชื้อเพลิง ทำให้เครื่องยนต์ทำงานไม่สมบูรณ์ สะดุดสะอึกและทำให้เครื่องยนต์ปล่อยสารคาร์บอนิค ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง

2.สนิมและคราบตะกรันทำให้ไส้กรองน้ำมันและปั๊มอิเล็กทรอนิกส์อุดตันได้ง่าย

3.เกิดการกัดกร่อนขึ้นกับชื้นส่วนที่สัมผัสกับเชื้อเพลิงโดยตรงทุกชิ้น เช่น ถังน้ำมัน สายส่งน้ำมัน ท่อยาง พลาสติก เป็นต้น ทำให้บวม เสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ หรือเกิดการรั่ว

4.การไม่ดูแล ทำให้รถกินน้ำมันมากกว่าปกติ


อ้าว... แล้วเราจะหลีกเลี่ยงผลกระทบจากการใช้พลังงานทดแทนได้ไหม

ในขณะนี้ที่เรายังหาพลังงานทดแทนอื่นไม่ได้ เราก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบที่เกิดจากการใช้แก๊สโซฮอล์และไบโอดีเซลได้ ดังนั้นเราก็ต้องหาทางแก้ปัญหานี้ เพื่อให้รถของเราสามารถใช้ได้และวิ่งอย่างเต็มสมรรถนะ


เครื่องเร่งไม่ออก สะดุด สะอึก อุดตัน ...ก็ใช้น้ำยาล้างหัวฉีดสิ ใช่ครับ เมื่อมีปัญหาก็ต้องหาทางแก้ การเติมน้ำยาล้างหัวฉีด เพื่อเพิ่มการหล่อลื่นเครื่องยนต์ทุกส่วน จนคุณอาจจะรู้สึกว่า “โห...เครื่องแรง อัตราเร่งดีขึ้น สุดยอดไปเลย” แต่...!!

ในความเป็นจริงแล้ว... น้ำยาล้างหัวฉีดขวดเล็กๆ เกือบทุกตัวในตลาดปัจจุบัน คือ “หัวเชื้อน้ำมัน” ซึ่งมีฤทธิ์กัดกร่อนต่อชิ้นส่วนในระบบเชื้อเพลิง ทำให้เครื่องยนต์เสื่อมเร็วกว่าปกติและอาจจะเกิดปัญหารั่วตามมาในภายหลังได้ ซึ่งหากคุณต้องการน้ำยาล้างหัวฉีดจริง กรุณาหาตัว “น้ำยาล้างหัวฉีดที่ไม่ใช่หัวเชื้อน้ำมัน” นะครับ เพื่อความปลอดภัยจะได้ไม่เสียเงินซ่อมเพิ่มภายหลัง



ล้างหัวฉีดแล้ว....จบเลยหรือเปล่า?

ไม่ครับ....ยังไม่จบ เพราะน้ำ สนิม เชื้อรา แบคทีเรีย คราบตะกรันไม่ได้ทุกกำจัดไปด้วย มันยังคงอยู่ในระบบเชื้อเพลิง นานวันเข้าจะสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดการอุดตันชิ้นส่วน และกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องทำการถอดล้างทั้งระบบเชื้อเพลิงซึ่งมีค่าใช้จ่ายถึง 5 หลัก

หรือทางรอดอีกทางคือคุณต้องหาผลิตภัณฑ์ที่เป็น "Biocide" ช่วยกำจัดเชื้อรา แบคทีเรีย สนิม คราบตะกรัน เติมเข้าไปในถังน้ำมัน


เมื่อบริบทของพลังงานเปลี่ยนไป...การดูแลรักษาก็จะต้องเปลี่ยนตาม

ปัจจุบันความรู้เรื่องการดูแลรักษารถยนต์ที่ใช้พลังงานทดแทนยังไม่เป็นที่แพร่หลายนัก น้อยคนที่รู้แม้แต่ช่างยนต์บางคนก็ยังไม่รู้วิธีการดูแลรักษาที่ถูกต้อง และเมื่อเป็นเช่นนั้นเหล่าผู้บริโภคที่ไม่มีความรู้ด้านเครื่องยนต์และมอบการดูแลรถยนต์ให้เป็นหน้าที่ของช่าง รถยนต์ของผู้บริโภคจะเป็นอย่างไรครับ


คำตอบเดียวเลยคือ

“...นับถอยหลังรอวันพัง...”



ซึ่งการดูแลรักษารถยนต์ที่ใช้พลังงานทดแทนสามารถทำได้ดังนี้ครับ

1.ชิ้นส่วนของระบบเชื้อเพลิงต้องสามารถทนทานต่อการกัดกร่อนของแก๊สโซฮอล์ได้อย่างดี เช่น ท่อทางเดินน้ำมัน ท่อยาง ถังน้ำมัน ปั๊มเชื้อเพลิงอิเล็กทรอนิกส์เป็นต้น

2.ปรับแต่งกล่อง ECU ให้สามารถประมวลค่า Octane ที่เปลี่ยนของเชื้อเพลิงได้

3.หมั่นล้างถังเชื้อเพลิงทุกๆ 6 เดือน โดยการถอดออกมาล้างค่าใช้จ่ายประมาณ 3,000 บาทขึ้นไป เสียเวลา 4-5 ชั่วโมง เสียน้ำมันค้างถังทั้งหมด ทำความสะอาดได้เฉพาะถังเชื้อเพลิงเท่านั้น และหากประกอบคืนไม่สมบูรณ์จะทำให้เครื่องสั่นหรือน้ำมันรั่วได้

4.ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดูแลรักษารถยนต์ที่ใช้พลังงานทดแทนโดยตรง ซึ่งมีราคาถูกกว่าการถอดถังน้ำมันมาล้างถึง 4 เท่า ไม่ต้องถอดถัง ไม่เสียน้ำมันค้างถัง และทำความสะอาดได้ทั้งระบบ


สุดท้ายนี้ แม้บทความจะยาวไปเสียหน่อย แต่ขอขอบคุณที่อ่านกันจนจบนะครับ ผมอยากส่งมอบความรู้ในเรื่องของพลังงานทดแทนและการดูแลแก่สังคมของผู้ใช้รถ ให้มีความเข้าใจและสามารถดูแลเบื้องต้นกับรถของท่านได้ เพื่อเป็นการประหยัดเงิน ประหยัดเวลา และให้ท่านสามารถเดินทางได้อย่างมีความสุขกับรถคันโปรดครับ


------------------------------------------------------------------------------------------------

ช่วงขายของ

ถ้าคุณกำลังหาน้ำยาล้างหัวฉีดที่ไม่ใช่ “หัวเชื้อน้ำมัน” และเป็น “Biocide” นี่คือสิ่งที่คุณตามหาอยู่

ผลิตภัณฑ์หนึ่งเดียวที่สามารถดูแลรถยนต์ที่ใช้พลังงานทดแทนได้โดยตรง

“Fortron Gasohol Plus Treatment” สำหรับรถยนต์ที่ใช้แก๊สโซฮอล์ และ “Fortron Biodiesel Plus Treatment” สำหรับรถยนต์ที่ใช้ไบโอดีเซล


ใช้ง่ายมากๆ แค่เติมลงในถังน้ำมันทุก 3 เดือนหรือ 5,000 กิโลเมตร จากนั้นเติมน้ำมันให้เติมถัง Fortron จะเข้าไปล้างทั้งระบบให้คุณเอง จัดการหมดทั้งน้ำ ไขมัน สนิม ตะกรัน และไม่มีฤทธิ์กัดกร่อนต่อชิ้นส่วนระบบเชื้อเพลิง ลูกยางต่างๆ แน่นอน ปลอดภัยหายห่วง

Fortron นำเข้าจากออสเตรเลีย และเป็นงานวิจัยร่วมของออสเตรเลียร่วมกับไทยกว่า 8 ปีเพื่อรถยนต์พลังงานที่ใช้ทดแทนโดยตรง



Fortron หาซื้อได้ทางศูนย์บริการรถยนต์ชั้นนำทั่วประเทศ และ Bridgestone ACT

หรือช่องทางออนไลน์

Website : Forceintermart

Lazada : fortron_autosalon

Facebook : fortrongroup

Line@ : @fortron


ดู 2,550 ครั้ง

Ownership

  • Grey Facebook Icon
  • Grey YouTube Icon
  • Grey Instagram Icon

Copyright © 2018  Fortron Automotive Treatments (Thailand) by Force International Co.,Ltd . All rights reserved.

Contact Info : 69/37 Force Building moo.1 Tiwanon-Road, BanMai, Pakkret, Nonthaburi 11120

Tel : 02-961-3717 Email : info@force.co.th